ผู้หญิง …ต้องอ่าน…

Archive for the ‘ร่างกายและอวัยวะของผู้หญิง’ Category

ถ้าคุณเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอาการเจ็บปวดบริเวณท้องน้อยทุกครั้งที่มีประจำเดือน ซึ่งจะดีขึ้นหลังประเดือนหมด แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น อีกทั้งเริ่มปวดเมื่ออายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไปแล้ว อาจสงสัยได้ว่าคุณกำลังเป็นเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่

เยื่อบุมดลูกโดยปกติแล้วจะอยู่บริเวณผิวภายในโพรงมดลูก จะมีการหนาตัวขึ้นและมีเลือดคั่งอยู่ แล้วจะสลายตัวหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือนทุก ๆ เดือน แต่ถ้าเมื่อใดเยื่อบุมดลูกไปเจริญบริเวณอื่นที่ไม่ใช่ในโพรงมดลูก ซึ่งส่วนมาก จะพบที่บริเวณรังไข่ในอุ้งเชิงกรานและช่องคลอด เรียกว่าเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่

เศษเยื่อบุมดลูกที่เจริญผิดที่เหล่านี้จะหลุดลอกเป็นเลือดประจำเดือน เช่นเดียวกับส่วนที่อยู่บริเวณ ผิวในโพรงมดลูก แต่เนื่องจากมันฝังอยู่ในเนื้อเยื่อ เลือดจึงคั่งอยู่ภายใน ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ และอาจเกิดเป็นถุงน้ำได้ ที่เรียกว่า “ช็อกโกแลตซีสต์”

ซึ่งผู้หญิงที่มีเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่อาจไม่มีอาการใด ๆ แสดงออกมา แต่ส่วนใหญ่มักมีอาการปวดท้องหรือปวดหลัง ขณะมีประจำเดือน และมักจะปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ และอาจจะมีอาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ด้วย

สำหรับการรักษา
แพทย์จะทำการตรวจภายใน ตรวจอัลตราซาวด์ หรือใช้การส่องกล้องตรวจภายในช่องท้อง เพื่อการวินิจฉัยที่แน่ชัด หากทราบแน่ชัดว่าเป็นเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ การรักษาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างของผู้ป่วย เช่น รักษาโดยการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งจะบรรเทาอาการได้ หรือในบางรายที่ต้องการมีบุตร แพทย์จะแนะนำและหาทางช่วยเหลือ ให้ตั้งครรภ์ เพราะการตั้งครรภ์ช่วยทำให้ภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ดีขึ้นได้

อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งในรายที่ต้องการมีบุตรอาจตัดเฉพาะส่วนที่ผิดปกติออกไป แต่ถ้าไม่ต้องการมีบุตรแล้วอาจผ่าตัดเอามดลูกออก

โดยทั่วไปแล้วพบว่าเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกับหญิงวัยมีประจำเดือน อายุระหว่าง 30-40 ปี รวมทั้งหญิงที่ไม่มีบุตร และภาวะดังกล่าว อาจเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วย มีบุตรยากได้

ใครอยากรีบตั้งครรภ์เพื่อการนี้ก็รีบหน่อยนะ

1. เพิ่งจะรู้สึกว่า พื้นที่จุดซ่อนเร้นมักมีกลิ่นอับๆ สังเกตได้ชัดเจนมากเวลาที่เข้าห้องน้ำ สิ่งนี้เกิดจากอะไรและแก้ไขอย่างไรดี

>> ความจริงแล้ว กลิ่นอับของบริเวณจุดซ่อนเร้นนี้ เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เรื่องของรูปร่าง ผู้หญิงที่มีรูปร่างค่อนข้างท้วม เหงื่อจะออกง่าย ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พอเหงื่อออกแล้ว ก็จะเกิดกลิ่นอับที่ต้นขาและตามจุดอับชื้นต่างๆของร่างกาย ถ้ารักษาความสะอาดไม่ดี การแก้ไขคือ จำไว้ว่าถ้าอยากให้บริเวณไหนของร่างกายมีกลิ่นที่สะอาด ก็ต้องทำให้ผิวช่วงนั้นมีความแห้ง โปร่ง สบายให้มากที่สุด เช่น การเลือกชุดชั้นใน ควรเลือกเป็นผ้าฝ้ายบางๆก็จะดีกว่าผ้าหนาๆ หรือเลือกสวมกางเกางที่ไม่รัดต้นขาก็จะดีกว่า กางเกงในแบบจีสตริงก็เป็นทางช่วยวิธีหนึ่ง แต่การโรยแป้งอาจไม่แก้ปัญหา กลับทำให้อับมากขึ้น ถ้าอยากใช้น้ำยาอนามัยเพื่อจุดซ่อนเร้นทำความสะอาดก็ทำได้ แต่อย่าล้างเข้าไปถึงข้างใน

2. จริงหรือไม่ที่ว่ากันว่า ผู้หญิงที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาก่อนมักจะมีกลิ่นที่จุดซ่อนเร้น >> ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์มานั้น จุดซ่อนเร้นอาจจะมีกลิ่นได้ง่ายกว่าคนโสดหรือไม่ก็ได้ ขึ้นกับหลายสาเหตุเช่น ผู้ชายที่ไปมีเพศสัมพันธ์ด้วย ไม่ได้รักษาความสะอดาของอวัยวะเพศของเขาอย่างดีพอ เมื่อมีเซ็กซ์กัน มีการสัมผัสของอวัยวะเพศหญิงกับสิ่งสกปรกที่หมักหมมใต้หนังหุ้มปลายองคชาติ ของผู้ชาย ก็อาจเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น และอีกอย่างหนึ่ง ภายในจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงนั้น จะมีลักษณะเป็นกระเปาะ ทำให้อาจมีน้ำอสุจิค้างอยู่หลังการมีเพศสัมพันธ์ก็เกิดโอกาสมีกลิ่นได้

 

 

3. ทำไมช่วงเวลามีรอบเดือน มักต้องมีตุ่มหรือผื่นแดงขึ้นที่ส่วนนั้นด้วย ไม่ทราบว่าตัวเองผิดปกติหรือเปล่าและคนอื่นๆเขาจะเป็นเหมือนเราไหม

>> เวลามีรอบเดือน ฮอร์โมนมันเพี้ยน พอฮอร์โมนเพี้ยนไปจากปกติ จะเกิดการระคายเคืองง่าย มีตุ่มและผื่นแดงเกิดขึ้น หากรู้สึกว่าเป็นมากก็ควรไปพบแพทย์ ให้เขาใช้ครีมสเตียรอยอ่อนๆทา ผิดปกติไม ไม่ผิดหรอก เพราะหลายๆคนก็มักมีอาการแบบนี้คือผิวอ่อนไหวกว่าเดิม

4. เคยสังเกตว่า เวลาบริโภคกระเพราแล้ว จะมีตกขาวมากกว่าปกติ พืชชนิดนี้มีส่วนกับเรื่องนี้จริงหรือเปล่า แล้วยังมีพืชอะไรอีกบ้างที่มีผลกับเรื่องตกขาวของผู้หญิง

>> ใบกระเพราเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่น เมื่อบริโภคแล้วมันก็มีกลิ่นระเหยออกมาทางรูขุมขนของร่างกาย ก็เหมือนๆกับอาหารกลิ่นแรงๆอื่นๆนั่นแหละ ก็จะมีกลิ่นออกมาจากผิวทุกที่รวมทั้งผิวบริเวณนั้น พอมีกลิ่นก็เกิดระคายเคือง สิ่งที่เรียกว่าตกขาว จริงๆก็คือปฎิกิริยาต่อต้านการระคายเคืองของร่างกายส่วนนั้นนั่นเอง จำไว้ว่า ถ้าไม่อยากให้จุดซ่อนเร้นมีกลิ่น ก็อย่าบริโภคของที่มีกลิ่นแรงๆของหมักดอง ถ้าลดให้น้อยลง กลิ่นแปลกที่ไม่พึงประสงค์ของร่างกายก็จะน้อยลงเป็นเรื่องปกติ

5. การใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อจุดซ่อนเร้น จะช่วยให้ผิวที่เป็นรอยแดงช่วงขาหนีบนุ่มขึ้นและรอยแดงหายไปด้วยหรือเปล่า

>> จริงๆแล้วไม่เกี่ยวกัน เพราะรอยผื่นและรอยแดงมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น แพ้ขอบยางกางเกงใน หรือใช้แผ่นอนามัยที่ไม่ค่อยได้คุณภาพ อีกพวกหนึ่งคือบริเวณขาหนีบชื้นหรือต้นขาใหญ่ ก็เกิดผื่นได้ ถ้าเป็นผื่นมากก็ควรไปหาหมอเพื่อจะได้รักษาให้ถูกวิธี เช่น อาจให้ครีมที่เป็นสเตยรอยอ่อนๆมาทา รอยแตกก็จะทุเลาลงได้มากกว่าการหวังผลจากการใช้น้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น

6.ช่วงเวลาที่มีรอบเดือนจะรู้สึกว่าแพ้ผ้าอนามัยโดยมีอาการคันและเป็นผื่นแดงๆที่ข้างๆขาทุกครั้ง จะมีวิธีป้องกันหรือแก้ไขอย่างไร

>> วิธีที่ง่ายที่สุดคือ เปลี่ยนยี่ห้อผ้าอนามัย เพราะถ้าเกิดใช้ยี่ห้อนี้และวแพ้ ยี่ห้ออื่นอาจจะไม่แพ้ก็ได้ หรือไม่ถ้าเป็นผู้หญิงที่มีสามีแล้ว ก็อาจใช้วิธีการคุมกำเนิดโดยการฉีดยาคุมก็ได้ เมื่อไม่มีประจำเดือน ก็จะไม่ต้องใช้ผ้าอนามัยและจะได้ไม่แพ้

7. มีคนบอกว่า การใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นจะทำร้ายแบคทีเรียที่ดีและเราจะติดเชื้อง่ายขึ้น

>> ไม่ว่าคุณจะใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นหรือใช้น้ำเปล่า แค่ไม่ฉีดเข้าไปภายในช่องคลอดก็พอแล้ว แต่ถ้าเป็นการทำความสะอาดเฉพาะผิวภายนอก อยากจะใช้อะไรล้างก็ได้ ดีที่สุดคือใช้น้ำสะอาด ล้างหลายๆครั้งก็สะอาดขึ้น หรือถ้ามีพวกไขมันมาเกาะก็ใช้น้ำอุ่นล้าง แต่ถ้ามีความรู้สึกว่าใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นแล้วจะสบายและกลิ่นสะอาด ก็คงไม่เกี่ยว แต่ห้ามล้างเข้าไปข้างในเด็ดขาด หากอยากให้ร่างกายมีแบคทีเรียที่ดีก็พยายามดื่มพวกโยเกิร์ตหรืออะไรที่มี ส่วนผสมของแลคโตบาซิลลัส ก็จะทำให้ร่างกายเรามีแบคทีเรียที่ดีไว้ป้องกันเชื้อโรค

8. เด็กเล็กๆวัยอนุบาลหรือวัยประถม จะใช้น้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นได้หรือไม่ และควรใช้อย่างไร

>> ไม่ควรใช้น้ำยาเหล่านี้กับเด็กๆเด็ดขาดจนกว่าจะอายุ 15 ปีขึ้นไป เพราะสำหรับเด็กเล็กๆนั้น ใช้การทำความสะอาดแบบธรรมดาๆก็พอเพียงแล้ว

9. อยากทราบว่า ทำไมหลังมีรอบเดือนประมาณ 1 สัปดาห์ มักมีกลิ่นอับที่จุดซ่อนเร้นมากว่าปกติ ควรทำอย่างไรดี

>> ความจริงแล้ว มันจะอับช่วงไหนก็ขึ้นอยุ่กับการทำความสะอาดของคุณนั่นแหละ ถ้ารักษาความสะอาดให้ดี ใช้ชุดชั้นในที่ถูกต้อง มันก็ไม่อับและสำหรับคนที่แต่งงานแล้ว ถ้าพยายามรักษาความสะอาดของสามีด้วย กลิ่นอับก็คงดีขึ้น

10. สบู่ โฟมหรือน้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ผู้หญิงควรเลือกใช้อะไรให้ถูกสุขลักษณะที่สุด

>> ไม่ว่าจะใช้อะไรก็ตามก็แล้วแต่รสนิยม ความชอบของแต่ละคน ผลที่ได้คงไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ น้ำที่ใช้ล้างทำความสะอาดต่างหาก ที่ต้องแน่ใจว่าเราใช้นำสะอาดจริงๆเท่านั้น

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับจุดซ่อนเร้น

เมื่อ ย่างเข้าสู่วัยสาว ร่างกายของผู้หญิงและผู้ชาย จะสร้างกลิ่นเฉพาะของตนเองขึ้น และกลิ่นของร่างกายที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะนี้ จะเป็นสิ่งที่ช่วยดึงดูดเพศตรงข้ามด้วย สำหรับบริเวณจุดซ่อนเร้นหรือที่เรียกว่าช่องคลอดนั้นเป็นอวัยวะที่สามารถทำ ความสะอาดตัวของมันเองได้ตามระบบธรรมชาติได้ส่วนหนึ่ง

การใช้ ผลิตภัณฑ์เพื่อทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นนี้ ควรเลือกด้วยความระมัดระวัง

เพราะเนื้อเยื่อของผิวส่วนนี้จะมีธรรมชาติที่บอบบางและละเอียดอ่อน เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการสวนล้างช่องคลอดเพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ การเป็นโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ หรือที่หนักกว่านั้นก็คือ การติดเชื้อของท่อรังไข่ ซึ่งอาจนำไปสู่การตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือเป็นหมันได้ในอนาคต

ของเหลว ที่เรียกว่าตกขาว ซึ่งมีลักษณะเป็นมูกออกมาจากช่องคลอดนั้น

คือสิ่งที่ร่างกายผลิตออกมาเพื่อช่วยในการทำความสะอาดช่องคลอด หากร่างกายปกติ ตกขาวนี้จะไม่มีกลิ่นคาว ช่วงหลังรอบเดือน จะมีลักษณะสีขาวข้นเหมือนขี้ผึ้ง แต่จะใสและยืดเหนียว มีลักษณะเหมือนไข่ขาวดิบๆในช่วงระยะการตกไข่ นอกจากนั้น ตกขาวยังเป็นสิ่งบอกสุขภาพของจุดซ่อนเร้นได้เป็นอย่างดี หากตกขาวมีกลิ่นคาวหรือเหม็น มีสีเหลืองหรือเขียวรวมทั้งมีอาการคันและแสบร่วมด้วย แสดงว่ามีการติดเชื้อเกิดขึ้นในช่องคลอด

 

จีสปภ??,จีสปภ??,จุดจี,g-spot

 

ขอถามเรื่องจุดจีว่าอยู่ตรงไหน มีหน้าที่อะไร มีอยู่จริงหรือ ทำอย่างไรจึงจะกระตุ้นจุดจีได้…จาก นภดล หนองแขม

ตอบคุณนภดล

 จุดจี หรือ G-spot เป็นบริเวณที่มีปมประสาทอยู่ เชื่อว่าเป็นปมประสาทที่ทอดต่อมาจากเส้นประสาทของปุ่มกระสัน (Clitoris) ตำแหน่งที่อยู่ อยู่ที่ผนังช่องคลอดด้านหน้า (Anterior Vagina) หลังกระเพาะปัสสาวะ โดยอยู่กึ่งกลางระหว่างกระดูกหัวหน่าวที่ปากช่องคลอด กับปากมดลูก หากคลำจากปากช่องคลอด น่าจะอยู่ห่างปากช่องคลอด 2.5-5 เซนติเมตร แล้วแต่ความยาวของช่องคลอดของแต่ละบุคคล (ดูรูป) ในบางคนอาจจะคลำได้ เป็นปุ่มเนื้อขรุขระสะดุดมือขนาดเล็กประมาณเม็ดถั่วเหลือง หากขณะมีเพศสัมพันธ์อาจขยายตัวเท่าปลายนิ้วก้อยได้

 จุดจี ได้รับการกล่าวถึงในประวัติศาสตร์มากว่าพันปี โดยเรียกว่า ปุ่มศักดิ์สิทธิ์ กว่าจะได้ชื่อว่า จุดจี หรือ Grafenberg Spot ก็ต่อเมื่อ Ernst Gr?fenberg สูติ-นรีแพทย์ ได้เขียนรายงานการค้นพบไว้ ใน ค.ศ 1944

  หน้าที่ของจุดจี คือ เป็นบริเวณที่ไวต่อการกระตุ้นทางเพศ ในคุณผู้หญิงบางคน (ไม่ใช่ทุกคน) ในชั้นแรกหากถูกต้องกระตุ้นหรือคลำคลึงปุ่มนี้เป็นเวลานานพอสมควร จะมีความรู้สึกเหมือนอยากปัสสาวะ ต่อมาจึงรู้สึกมีความสุขสุดยอด มีบางคนเชื่อว่าตนเองหลั่งได้ หากมีการกระตุ้นที่จุดจี โดยจุดจีนี้เทียบได้กับต่อมลูกหมากในฝ่ายชาย

 ความเชื่อที่ว่าผู้หญิงหลั่งได้เหมือนผู้ชายถ้ามีการกระตุ้นที่จุดจี สอดคล้องกับการศึกษาที่พบว่ามีผู้หญิงประมาณร้อยละสิบ หลั่งของเหลวใสๆ ออกมาจากรูปัสสาวะเมื่อถึงจุดสุดยอด ของเหลวนี้มีส่วนประกอบของสารเคมีคล้ายของเหลวที่หลั่งมาจากต่อมลูกหมากของฝ่ายชายเมื่อถึงจุดสุดยอด แต่บางการศึกษาคัดค้านว่า อันที่จริงของเหลวใสที่ว่าก็ คือน้ำปัสสาวะนั่นแหละแต่ส่วนประกอบของสารเคมีเปลี่ยนไป เพราะการถูกกระตุ้นทางเพศและการถึงจุดสุดยอด

 ปัจจุบันยังค้นพบ ว่าจุดจี อาจมีหน้าที่มากกว่าเรื่องความสุขทางเพศสัมพันธ์ โดยเมื่อกระตุ้นคลำคลึงจุดจี คุณผู้หญิงจะมีความรู้สึกเจ็บปวดลดลง เชื่อว่า จุดจีมีไว้เพื่อลดความเจ็บปวดในการคลอดลูกอีกด้วย

 คุณสามารถตรวจหาจุดจีด้วยตัวของคุณเองได้ โดยคลำบริเวณช่องคลอดในท่านั่งยองๆ ถัดจากรูปัสสาวะเข้าไปด้านในประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร หากเจอเนื้อขรุขระลองกดเป็นจังหวะหากรู้สึกเสียวๆ เหมือนปวดปัสสาวะต่อมารู้สึกสุขสบาย แสดงว่าคุณมีจุดจีกับเขาแล้ว

 หากคุณรู้ว่าคุณมีจุดจี ท่าร่วมรักที่สามารถกระตุ้นจุดจีได้ดีที่สุด ที่จะทำให้สุขสม คือ ท่ายืนก้งโค้ง แฟนจับบั้นท้ายและสอดใส่ผ่านด้านหลัง หรือท่าคลานและสอดใส่ด้านหลัง เรียกว่า Doggy style

 สรุปเรื่องจุดจี หากคุณมีจุดจีก็เป็นเรื่องดี แต่หากคุณไม่มีจุดจีอย่าคิดว่าคุณมีอะไรขาดหาย หรือสวรรค์จะถล่มทลาย เพราะการมีความสุขในการร่วมรักมีหลายวิธีหลายรูปแบบและหลายระดับของความพึงพอใจ จุดจีเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่กล่าวมาเท่านั้น…ไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ

 

“พญ.ชัญวลี ศรีสุโข ”

(chanwaleesrisukho@hotmail.com)


Blog Stats

  • 54,891 hits
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.